Friday , October 20 2017
Home / Lifestyle / อุสมาน / วันที่อุสมานลูกชายฉันนอนโรงพยาบาล
20150810_143442

วันที่อุสมานลูกชายฉันนอนโรงพยาบาล

เจ็บไข้ได้ป่วยเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ มันเป็นสิ่งที่พระเจ้าบันดาลให้ร่างกายมีช่วงที่อ่อนแอ ให้เราได้รับรู้ว่าไม่อาจต้านทานใดๆกับความเป็นไปที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้ เป็นเรื่องที่คนอย่างเราๆต้องประสบ มากบ้างน้อยบ้างตามแต่ความสามารถร่างกายของเรา
อุสมาน ก็เช่นเดียวกันไม่อาจหลีกเลี่ยงโรคภัยไข้เจ็บได้ ครั้งนี้ทำให้ผู้เป็นพ่อ ผู้เป็นแม่ ทุกข์ใจด้วยความสงสาร ร้าวรานด้วยความไม่ล่วงรู้ความรู้สึกของลูก ด้วยอุสมานมีอาการไข้ ตัวร้อน อยู่ 2-3 วัน ก็ดูแลในเบื้องต้นด้วยการเช็ดตัว ลดการอาบน้ำ ให้กินยาพาราเซตามอลชนิดน้ำ เพื่อบรรเทาและรักษาตามที่คิดว่าควรจะทำ…อาการของอุสมานดีขึ้น เราจึงอาบน้ำให้ วันนั้นเป็นวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ จึงอยู่บ้านกัน ทั้ง พ่อ และ แม่ แต่ปรากฎว่าบ่ายแก่ๆ แม่อุสมานเอาปรอทวัดไข้เช็คดู ปรากฎว่าไข้ขึ้น เราก็ให้กินยากันอีก ปล่อยให้เวลาผ่านไปหวังว่าจะช่วยรักษาให้อุสมานดีขึ้น แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อแม่อุสมานเช็ไข้ในช่วงเย็นอีกครั้ง 38 องศา….มันสูงมากนะพ่อมึง !
คืนนั้นประมาณ 2 ทุ่มกว่าเราจึงตัดสินใจพาอุสมานไป รพ.เกษมราษฎร์ บางแค เมื่อไปถึงพยาบาลบอกว่าไข้สูงมาก ให้เตรียมเช็ดตัว….” ไม่ต้องแล้วมั้ง กรูก็เช็ดมาแล้วนี่ อ่ะเช็ดก็เช็ดว่ะ ตามใจมรึง “….แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็บังเกิดต่อหน้า พ่อ และ แม่ แบบไม่ตั้งตัว ถอดเสื้อผ้าออกเลยค่ะ! แล้วกะละมังก็มาพร้อมกับพยาบาล 3 คน พืดๆ พืดๆ…..แง้ๆๆๆๆๆๆ พืดๆ พืดๆ แง้ๆๆๆๆ ภาพเบื้องหน้าคือพยาบาลกำลังเอาผ้าที่ชุบน้ำ ขัด ถู บนร่างของอุสมาน อย่างรุนแรง ทำให้ร่าง โอนเอนไปมา เด็กตัวน้อยๆ ที่พ่อ แม่ ทนุถนอม ไม่เคยเลยที่จะทำไรรุนแรง เห็นภาพเบื้องหน้า ถึงกับหูอื้อ ตามืดมัว ทำตัวไม่ถูก……
ต้องเช็ดขนาดนี้เลยเหรอ…เราเอ่ยถามพยาล ใช่ค่ะคุณพ่อ ต้องเช็ดแรงๆ ไข้ถึงจะลด เป็นการเปิดรูขุมขน เธออ้างอย่างนั้น…มองหน้ากันไปมา พ่อ กะ แม่ ” แม่งขนาดนี้เลยเหรอ ” เอาว่ะลองเชื่อมันดู เวลาผ่านไปพร้อมกับน้ำหู น้ำตาของอุสมานที่ออกมาเป็นสายอย่างที่ไม่เคยมาก่อน แล้วก็ผ่านไป ด้วยการป้อนยาลดไข้ และ คอยเช็คไข้อีกครั้ง……สักพัก ก็มีอาจารย์หมอ อ้วนๆ โทรมๆ คนนึงเดินมา สภาพไม่น่าเป็นอาจารย์หมอเลย มาตรวจอาการพร้อมกับบอกให้รับแอดมิดลูกเลยนะค่ะ เดี๋ยวไข้สูงลูกจะช็อค ไม่ดีต่อสมอง และพัฒนาการ

ยังไม่หายอึ้งกันเลยกับการเช็ดตัว นี่แม่งให้แอดมิดอีก “เอาไงดีว่ะ เงินก็ไม่มีตอนนี้” สุดท้ายก็ตามนั้น ด้วยความเป็นห่วงลูก เข้าห้องพัก พยาบาลเตรียมอุปกรณ์เข้ามา บอกว่าเดี๋ยวเจาะเลือด ให้น้ำเกลือ นะค่ะ แล้วก็ออกไป เฮ้ย! น้ำเกลือเลยเหรอ…แล้วเธอก็เข้ามา มากัน 2 คน 2 คนแอบเซ็งในใจ…เพ้อไปเรื่อยเพราะไม่อยากบอกว่าสิ่งที่ค้างคา ระหว่างใจเราและสายตาอุสมาน มันช่างเจ็บปวดเหลือเกิน มันเกิดขึ้นระหว่างที่พยาบาลเจาะเลือดอุสมาน ซึ่งยากลำบากในการจัดการ กอปรกับอุสมานเป็นเด็กแข็งแรง และด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้ดินสุดฤทธิ์ ซึ่งเราเองเป็นผู้ที่จับแขนล็อคไว้เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดระหว่างที่ เข็มจิ้มลงไปบนแขนอันน้อยนิด…อุสมานไม่อาจขัดขืนด้วยเรี่ยวแรงที่สู้กัน ไม่ได้ แต่แล้วสายตาของลูกชายที่มองมาที่ฉัน ใบหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตา ดวงตาบวมเป่ง แดงกล่ำ และแววตาที่วิงวอนผู้เป็นพ่อ เหมือนจะบอกว่า “พ่อ! ช่วยอุสมานด้วย”…ช่วงเวลานั้นเรี่ยวแรงมันจะหมดเสียเฉยๆ เหมือนกับมีน้ำคลอๆอยู่ในลูกตา มันรู้สึกเจ็บแปล้บๆที่หัวใจ มันอยากปล่อยมือแล้วเอาร่างน้อยๆมากอดไว้ให้แน่นๆ แต่เมื่อเรียกสติกลับมา มันไมใช่การช่วยเหลือที่ถูก ฉันและ แม่อุสมาน ทำได้แค่คอยปลอบ เรียกชื่อ อุสมาน ตลอดเวลา…
ช่างเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานและแสนเจ็บปวดจริงๆ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ด้วยความเพลียทำให้อุสมานหลับไหล พ่อ กับ แม่ อยู่กันด้วยความมัวหมอง เศร้าซึม ทำตัวไม่ถูก มันไม่คิดไม่ฝันว่าเรื่องราวมันจะเกิดแบบนี้….ระหว่างที่นอนรอ และเฝ้าดูอาการป่วยของอุสมานจากคุณหมอ ซึ่งใช้เวลา 4 วัน 3 คืน เราไม่รู้อาการป่วยที่ชัดเจนเลย หมอแจ้งแค่ว่าเป็นไข้สูงทำให้ติดเชื้อ จนมีอาการท้องเสีย ถ่ายเป็นน้ำ ตอนแรกก็กลัวว่าจะเป็นไข้เลือดออก สุดท้ายก็แจ้งว่าไม่ใช่ “แล้วมันเป็นอะไรล่ะว่ะ”….จนสุดท้ายก็อดรน ทนไม่ไหว ขอหมอพาลูกกลับมารักษาตัวที่บ้าน เพราะไม่รู้ว่าต้องนอนรอไปอีกนานแค่ไหน กับการไม่รู้อาการที่แท้จริง….ซึ่งเราก็ไม่ใช่หมอ หรือ คนที่รู้เรื่องโรคต่างๆ แค่เราอยากรู้ว่ามันคืออะไร สาเหตุเกิดจากอะไร เราได้คำตอบแค่ว่าเป็นไข้สูงเลยติดเชื้อ ไข้ลดลงแล้วต้องรักษาอาการท้องเสียต่อซึ่งบอกเราว่าต้องใช้เวลาหลายวัน หน่อย…

ในใจก็ไม่อยากกลับบ้านหรอกนะ ถ้า….มีเงินเหลือเฝือ ไม่ต้องทำงานทำการ และทราบอาการ สาเหตุที่ชัดเจน แต่นี่ตรงข้ามทุกอย่าง…ก็ต้องกลับมารักษาตัวที่บ้าน คอยป้อนยา เช็คไข้ เช็ดตัวกันเอง อาการก็ค่อยๆดีขึ้น ไปหาหมอดูอาการบ้าง จนอุสมานหายเป็นปกติก็ใช้เวลาอีกประมาณ 2 อาทิตย์
เมื่อหายดีแล้ว อุสมานมีอาการเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดคือ กินข้าวเก่งขึ้น ไม่ต้องคอยหลอกล่อให้กินด้วยการเปิดโฆษณา ทีวี ให้ดู สามารถกินได้ทุกสถานการณ์ และกินมากขึ้น “ก็ดีนะ” แต่ที่แย่หน่อยคือ อุสมานกลายเป็นเด็กที่ไม่เอาใครเลย เจอคนแปลกหน้า หรือห่างเหินไปนาน เป็นต้องเบะหน้าร้องไห้มันทุกรายไป….ก็คงต้องพยายามให้เจอผู้คนมากหน้า หลายตามากขึ้น บ่อยขึ้น หวังว่า อุสมาน จะกลับมาร่าเริงสดใสเป็นเด็กที่ใครๆก็รักและเอ็นดูเสมอ….”อั้ลฮัมดุลิ้น ลา”

Facebook Comments

Leave a Reply